#me พึ่งได้ว่างไปดู Finding Calico เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา [06-02-2016] แถมยังเป็นครั้งแรกที่ไปดูที่โรงหนังลิโด้ด้วย ประทับใจฟุดๆ สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตั้งหน้าตั้งตารอมาตลอดตั้งแต่รู้ข่าว ดูแล้วก็ไม่ได้ผิดหวัง น่ารัก :))

ปล. มีหนังแมวญี่ปุ่นอีกเรื่องที่กำลังเข้าโรง เหมือนกัน “Sekai kara Neko ga Kieta nara (ถ้าหากว่าแมวหายไปจากโลกนี้)” #ฉันรอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ

Finding Calico เป็นผลงานกำกับของ Yoshihiro Fukagawa ซึ่งดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Maigo no Mi chan – Chiiki Neko to Shotengai Saisei no Monogatari เป็นเรื่องราวของคุณครูใหญ่วัยเกษียณคนนึง ซึ่งเป็นคนเจ้าระเบียบมาก จนทุกคนกลัว แต่ก็มีแมวจรสามสี(มี้, โซระ, ทามาโกะ, ฮิจิโร่ //เมิงมีชื่อเยอะไปนะ) ตัวนึงเข้ามาแวะเวียนในบ้านอยู่เป็นประจำๆ ซึ่งทุกครั้งที่เจอก็ทำให้นึกถึงภรรยาที่ตายไป [#ความเดิมตอนที่แล้ว ก่อนตาย คุณยายเป็นคนให้อาหารมี้มาตลอด] อยู่ๆคุณครูใหญ่ก็โกรธและไล่ไม่ให้มี้เข้าบ้าน จนสุดท้ายมันก็หายไปจริงๆ คุณครูใหญ่ก็เลยออกตามหา

สรุปสั้นๆ การเดินทางของลุงแก่ๆเพื่อตามหาแมว #เรื่องมันก็แค่นี้จริงๆ

การดำเนินเรื่อง เป็นแบบหนังญี่ปุ่นมากๆ เรียบๆ เงียบๆ เรื่อยๆ เกือบหลับไปเหมือนกัน ซึ่งความเรียบง่ายทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตบ้านนอกๆในญี่ปุ่น มีภาพสวยงามแบบชิลๆให้ดูเป็นระยะๆ แต่ก็พูดถึงหลายๆแนวคิดได้น่าสนใจ

  • แมวจร

แมวจรซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง แสดงโดยเจ้าสามสีชื่อ Drop [เป็นแมวชาวนา แต่ได้แสดงเป็นพระเอกหนัง //อิจ] เป็นแมวจรที่เดินทางไปทั่วเมือง แต่ละคนที่พบเห็นก็จะให้อาหาร #เมิงแรดไปทั่ว แต่ละบ้านก็จะเรียกต่างกันไป ไม่ว่าจะ มี้, โซระ, ทามาโกะ, ฮิจิโร่ มีคนใจดีเยอะแยะมาให้อาหาร แต่ไม่รับไปเลี้ยงดู ด้วยเหตุผลว่า “ไม่พร้อมที่จะดูแล” ก็มันน่ารักน่าเอ็นดู แต่ไม่อยากผูกพันธ์ [ขอให้พวกเมิง โดนอกหักบ่อยๆ] จนบางครั้งก็กลายเป็นปัญหาสังคม บางทีอาจจะบอกได้ว่า คนที่เลี้ยงแมวจร ก็แค่ คนเห็นแก่ตัวกลุ่มนึงเท่านั้นเอง

ปล. #ความแค้นส่วนตัว ที่ออฟฟิซมีหมามาอยู่เยอะมาก 20+ เพราะมีคนมาให้อาหาร ความใจดีมันก็กลายมาเป็นการสร้างปัญหาให้กับคนในพื้นที่ ทั้งเรื่องความปลอดภัย ขี้หมา ขยะต่างๆ เสียงรบกวน~

  • ความหมายของการดูแล

จุดสำคัญของเรื่อง คือ การเดินทางของคุณครูใหญ่ที่ทำให้ได้เห็นความหมายของการมีสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ถึงแม้ว่า มี้ จะเป็นแค่แมวจร แต่บทหนังก็แสดงให้เห็นว่า มันเป็นสมบัติชิ้นสำคัญของหลายๆคนในเรื่อง ทั่วไปจะเห็นว่า แค่การให้อาหารแมวตัวเดียว ถ้ามองธรรมดาๆ เราแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากมันเลย [จับหนู จับแมงสาบนะเหรอ นังแมวที่บ้านให้แมงสาบผ่านหน้ามันยังไม่แคร์เลย] แต่หนังได้พาเราไปเจอหลายๆคนที่ได้อะไรมากกว่านั้น // เป็นเครื่องเตือนความทรงจำดีๆ // เป็นสิ่งที่สร้างรอยยิ้ม // ของเล่นให้เด็กๆ // เครื่องบำบัดจิตเคลื่อนที่ // คลายความเหงาให้คนแก่ #อินมาก

Until one has loved an animal, a part of one’s soul remains unawakened.

— Anatole France

  • ความตาย

หนังเรื่องนี้ ดูเป็นเรื่องแมวน่ารักๆ แต่ได้พูดถึง ความตาย ในมุมมองของสัจธรรมที่น่าสนใจ ความตายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ ซึ่ง วันใดวันหนึ่งต้องจากกัน… เราจะเศร้ามากๆกับมัน แต่ อย่าลืมว่า ระหว่างที่เราได้อยู่ด้วยกัน มันมีความหมายและความรู้สึกดีๆมากแค่ไหน #ความรักก็เช่นกัน Finding Calico ก็ทำได้ดีในการนำเสนอเรื่องนี้ โดยเฉพาะตอนจบที่ไม่ได้ทำให้เราเศร้าซึมแบบหนังดราม่า แต่ทำให้รู้สึกเข้าใจ แล้วยอมรับมัน

นอกจากแนวคิดหลายๆอย่างแล้ว ก็ยังชอบการนำเสนอในหลายๆอย่างด้วย ไม่ว่าจะเรื่อง การนำเสนอภาพลักษณ์ของแมว ที่ได้ดี ไม่ได้ใส่อารมณ์ความรู้สึกแบบมนุษย์ไปให้แมวมากเกินไป ได้เห็นความเป็นแมวมากๆ #แบบฉันไม่ได้แคร์โลก

และการนำเสนอให้มีตอนจบปลายเปิด ทำให้ได้จิตนาการต่อว่า เรื่องราวต่อไปจะเป็นยังไง #ถ้าให้เล่าก็สปอยล์ตัวโตเลยนะ แต่ก็ทำให้ยิ้ม :))

สรุป

แมวฟินมาก สำหรับคนชอบแมวต้องไป ถ้าไม่ชอบแมว แต่ชอบหนังญี่ปุ่ยก็ต้องไป แต่ถ้าไม่ชอบซักอย่างก็ลองดูๆ เผื่อจะชอบ

Tell your friend about thisShare on Facebook
Facebook
0Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on Google+
Google+
0