เพลงเริ่ม

รัก ทะเลเวลามีเธอด้วย สวย ซะเกินกว่า บรรยายได้ แล้ว เธอคนดี จะรู้ว่ายังมี สิ่งที่มากกว่าคำว่าต้องการ ปั๊บปะดาด๊า ปั๊ปปะปาด๊าด้า ~ ~

ภาพมา

การเดินทางครั้งนี้ มีเค้าลางเริ่มต้นจากการกลับมาของชิงชิง นางไปเรียนต่อที่เมกา ไปไกล๊ไกล แน่นอนว่า กลับมาทั้งที ต้องหาโอกาสจัดทริปกันสักหน่อย

ดูเหมือนว่าทริปนี้ได้มีการตัดสินใจกันมาคร่าวๆแล้วว่า อยากจะให้มันเป็น ทริปทะเลใต้ เราจะไปชำระจิตวิญญาณที่อ่อนล้าด้วยน้ำทะเลสีฟ้าสดใส ถึงแม้ว่า /me จะเป็นคนเกาะ(ภูเก็ต) รอบบ้านมีทะเล เที่ยวทะเลมา 20 ปี แต่ไปเที่ยวทะเลแต่ละครั้ง ไม่เคยเบื่อเลย มองทะเลกี่ทีๆ ก็ยังทำให้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนเดิม

แน่นอนว่า ด้วยความที่เป็นคนเกาะเพียงคนเดียวในหมู่คนกรุง จึงได้รับหน้าที่เป็นหัวหอกในการหาจุดหมายของทริปนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศท่องเที่ยว มีเกาะ มีชายหาดสวยๆเยอะมากๆ นับๆดูแล้วมีเยอะ ไม่แพ้จำนวนดอยตามภาคเหนือเลย

เกาะไข่ เกาะช้าง เกาะเต่า เกาะเสม็ด เกาะห้อง เกาะพะงัน …

จะไปที่ไหนก็น่าไปทั้งนั้น ยกเว้น เกาะพีพี ซึ่ง /me เคยไปเที่ยวมาแล้ว เป็นเกาะเศร้าใจที่สุดเท่าที่เคยไปเที่ยวมา ไม่มีชาดหาดให้เล่น คนเยอะ ไม่มีกิจกรรม ไม่มีอะไรเลย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมมันโด่งดังขนาดนี้ ToT

แต่ท้ายที่สุดแล้ว /me ได้คำแนะนำมาจากพี่ที่ออฟฟิศว่า “ดำน้ำที่หลีเป๊ะ” เด็ดมาก เพราะยังมีธรรมชาติ ปะการังสวยๆ น่าจะเป็น จุดดำน้ำตื้น ที่ดีที่สุดในไทยเลยทีเดียว ขับเคี่ยวกันกับ หมู่เกาะสุรินทร์

หลังจากอวดสรรพคุณไปเป็นที่เรียบร้อย ผ่านการอนุมัติอย่างรวดเร็ว จัดไป 3D2N

แต่ข้อเสียร้ายแรงของการไปเที่ยวทะเลใต้ คือ แพง!! แพงนรกมาก เมื่อเทียบกับทริปที่เคยๆไป

รายจ่ายก้อนแรก คือ ค่าที่พัก แน่นอนว่า เพื่อบรรยากาศที่ครบถ้วน จึงจกลงกันว่า ต้องไปนอนบนเกาะเท่านั้น และหลังจากการศึกษาอย่างหนักของชิงชิง ได้ข้อสรุปที่ลงตัวกันที่ Zanom Sunrise Beach Resort เป็นบ้านไม้มีแอร์ติดชายหาดขาวๆ นึกแล้วก็ทำให้ใจฟู แลกกับราคา 15,800 บาท สำหรับ 8 คน 2 คืน //นี่ไปเที่ยวหรือโดนปล้นบอกที

แต่เท่านั้นยังไม่พอ รายจ่ายก้อนที่ 2 ก็ตามมาอย่างรวดเร็ว ค่าเครื่องบินอีก 3,xxx //ฉันต้องกินมาม่าอีกกี่มื้อถึงจะพอ

ค่ารถตู้จากสนามบินไปท่าเรือ 3,600/คัน ค่าเรือไปเกาะ 900/คน

!@#$%^&*!@#$%^&

ยอมแล้วทูลหัว จ่ายตังค์รัวๆ

แล้วดูสิ่งที่มันคุยกันซิ

555555T55T55555 !@#$%^&*!@#$%^& //ท่ามกลางเลขห้ามีน้ำตาซ่อนอยู่ ฮือออออออ

จองที่พักพร้อม จองเครื่องบินพร้อม จองเรือพร้อม ทุกอย่างพร้อม มะหมู มะหมี บะบู๋ บะบี๋ กะปู๋ จะจู๋ หะหื คะคว* ออกเดินทาง~

จะว่าไปแล้ว การเดินทางไป หลีเป๊ะ จะบอกว่าง่ายก็ง่าย ยากก็ยาก เพราะต้องต่อรถ ต่อเรือหลายรอบ จุดเริ่มต้น คือ สนามบินดอนเมือง ออกเดินทางไปลงที่สนามบินหาดใหญ่ จากนั้นขึ้นรถตู้จากสนามบิน ไปต่อที่ท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล เพื่อขึ้นเรือไปเกาะ

เครื่องบิน ต่อด้วยรถ ต่อด้วยเรือ นั่งยาวๆไปคร่าาาาา~

แต่ก่อนขึ้นเรือ ไหนๆก็มาถึงหาดใหญ่ทั้งที ต้องไม่พลาดตามหาไก่ทอดหาดใหญ่ สูตรต้นตำหรับ มาลงท้องกันสักหน่อย

กินกันไป นั่งคุย อยู่ในรถตู้ประมาณ 1.30 ชม. รถตู้ก็พาข้ามจังหวัดมาส่งที่ท่าเรือปากบาราโดยสวัสดี ไปเอาตั๋วเรือที่จองกันไว้ รอบที่เราจะออกเดินทาง คือ รอบ 11.30 น.

ถ้าใครจะมา อย่าลืมเช็คเวลาดีๆ เพราะเรือมันมีแค่ไม่กี่รอบ

ในที่สุด กลิ่นเกลือจากทะเล เริ่มโชยแตะจมูก

ค่อยๆเห็นทะเลสีฟ้าอยู่ไกลๆ ภาพทะเลกว้างๆ เป็นภาพธรรมชาติที่น่าทึ่ง ทะเล๊ ทะเล๊ ~

ระหว่างทางก่อนที่จะเจอสาวงามแห่งท้องทะเล //นี่ก็อินไปอีก เรือเฟอรรี่ จะแวะ เกาะตะรุเตา กับเกาะไข่ ให้ออกไปเดินเล่น ถ่ายรูปกันประมาณ 15-20 นาที

แช๊ะ! แช๊ะ!

ชายหาดขาวๆบนเกาะตะรุเตาที่นี้

ถ่ายภาพหมู่กันซะหน่อย //อ่าวว ไหนๆทะเล

มุมโฆษณาประจำเกาะไข่ กับ ซุ้มหินรักนิรันดร หืมมมมม~ มองบน

หลักจากนั้นไม่นาน บ่ายๆ ก็ถึงชายฝั่งเกาะหลีเป๊ะ จุดหมายของเรา

แต่อย่าคิดว่า เกาะหลีเป๊ะ เป็นแค่เกาะเล็กๆ จริงๆแล้ว เกาะนี้ใหญ่พอสมควรเลย ถ้าอยากจะเดินรอบเกาะ น่าจะต้องใช้เวลาหลายวันอยู่เหมือนกัน รถสามล้อพ่วงเลยกลายไปเป็นพาหนะสำคัญสำหรับการเดินทางภายในเกาะ

ที่นี้ คือ ที่พักของเราในคืนนี้

นอกจากผีทะเลที่ติดมาจาก กทม. ที่นี้มีแมวทะเลด้วย เขิน~

ไหนๆก็มาถึงที่พักกันแล้ว แถมยังไม่ใช่เวลากินข้าว เวลาเล่นน้ำจึงเริ่มต้นขึ้น และด้วยความใจดีจากทรงรีสอร์ท (อ้อนอยู่ 15 นาที) ให้ยืมอุปกรณ์ดำน้ำตื่นมา 2 ea

ไม่เสียดายกับเงินที่จ่ายไปเลย ทะเลที่นี้สวยมาก หาดขาว เดินเล่นน้ำไปได้สักพัก เริ่มเห็นปลาว่ายไปมา อวดครีบเล็กๆอยู่ตามดอกไม้ทะเลที่สะบัดไปมาตามแรงคลื่น ดีต่อใจ

ตัวเล็กๆตัวแรกที่เจอ

เล่นน้ำ ดูปลิงทะเลก้อนดำๆได้ไม่นาน ฟ้าเริ่มมืด หมดเวลาสนุกแล้วซิ หมดเวลาสนุกแล้วซิ

ทุกคนต้องกลับไปอาบน้ำล้างตัว

บรรยากาศแต่งเติมด้วยเพลงจาก Spotify จากลำโพงที่ภูเตรียมมา ฟินนน~

ใกล้ถึงเวลามื้อเย็น ระหว่างนี้สาวกบอร์ดเกม ไม่รอช้าทยอยหยิบเกมที่แบกกันมา แต่เพราะทริปนี้ ตั้งใจกันมาเที่ยวอย่างแท้จริง หยิบมาเล่นแค่ 2 เกม (ไพ่แมงสาบ+Dixit) กับไพ่อีก 1 สำหรับ อยากอวดว่า /me นี่เป็นแชมป์เปี้ยน Dixit เลยนะเฟ้ยยย~

เพราะไม่ไกลจากรีสอร์ท มีตลาดกลางคืน ทุกคนจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ลงความเห็นตรงกันว่า มื้อนี้ต้องเป็นซีฟู๊ดสดๆในตลาดนี้หนิแหละ

เดินไปได้แค่นิดเดียว จัดพิซซ่ากันคนละครึ่งชิ้น แกรๆๆ ไหนซีฟู๊ดที่เมิงตั้งใจกันไว้

นี้แค่เรียกน้ำย้อย หลังจากนั้นก็เริ่มภารกิจจัดเต็มกันอย่างต่อเนื่อง กินกันจนสำราญ

จะว่าไปแล้ว ซีฟู๊ดที่นี้ก็ไม่ได้ถูกซักเท่าไร เรียกได้ว่า แพงนิดๆก็ว่าได้ แลกกับบรรยากาศ ก็ถือว่าไม่ได้แย่ (คนจีนเยอะมาก โดนแย่งที่ ฮืออออ)

คืนนี้ ถึงเวลานอน

Next Day

พระอาทิตย์ตอนเช้า ค่อยๆส่องแสงขึ้นมาแล้ว มื้อเช้านี้ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ มีให้เลือกหลายอย่าง

อุ่มท้องแล้ว ก็เริ่มลงเรือ รอ รอ รอ วันนี้เป็นพระเอกของทริปนี้ ทุกคนจะไปดำน้ำ ดูปะการังตามจุดต่างๆรอบเกาะหลีเป๊ะ โดยทั่วไปแล้ว หลีเป๊ะจัดทริปเป็น 2 แบบ คือ โซนนอก/โซนใน ทั้ง 2 แบบจะไปแวะจุดดำน้ำแตกต่างกัน แต่จุดสำคัญๆ จะอยู่ในโซนในเกือบทั้งหมด แต่สามารถเช่าเรือแบบเหมาลำไปทั้ง 2 โซนเลยก็ได้

แต่ข้อสำคัญ คือ ต้องรีบจองเรือทั้งที่ที่ไปถึงเกาะ เพราะว่า เรือจำนวนจำกัด แต่เนื่องจากมีเจ้าแม่ อย่างคุณแป้นและพ่อหมี ทุกอย่างจึงเป็นเรื่องง่ายไปโดยปริยาย

จุดที่ดำน้ำกันนี้ เรียกรวมๆว่า หมู่เกาะอาดัง-ราวี ประกอบไปด้วยเกาะเล็กๆหลายๆเกาะ เช่น เกาะหินซ้อน, เกาะผึ้ง, เกาะราวี, เกาะหินงาม

จุดแรกที่ลงน้ำ เกาะหินซ้อน หินก้อนใหญ่ซ้อนกันตามชื่อ มองลงไปใต้น้ำ น้ำใสมาก~

ใส่เสื้อชูชีพพร้อมแล้ว.. ทุกคนพร้อมแล้ว.. กระโดดลงจากเรืออย่างรวดเร็ว เห้ยยยยยยยย ทุกคนว่ายไปกันเร็วมาก เคว้งเลยจ้า จริงๆ ตอนนั้นหลังจากเห็นทะเลลึกๆ /me แอบขาสั่นโดยไม่รู้ตัว อยู่ดีๆก็กลัวน้ำลึกซะงั้น

คือ มันลึกมาก ลึกจนไม่กล้าว่ายไปไกลจากเรือ ขวัญเสียอย่างรวดเร็ว

ดูจุดมืดลิบๆตรงนั้น แล้วจินตนาการว่าตัวเองกำลังโดนดูดลงไป กลัวแล้ว ฮือออออ

มองทุกคนว่ายไปไกลลิบๆ ฮืออออ ฉันมาทำอะไรตรงนี้ นอกจากพึ่งว่ายน้ำเป็นตอนเรียนอยู่ปี 2 แถมยังไม่มีประสบการณ์อยู่ในน้ำลึกๆแบบนี้ ทำยังไงดี ทำยังไงดี เกาะเรือคนนู้นทีคนนี้ที ขำตัวเอง

ถ่ายรูปใต้น้ำกรุบปริบๆ แล้วรีบขึ้นเรือ ขอเวลาฉันทำใจสักหน่อย ฮือออออ

แต่เหมือนทุกคนจะไม่รู้อะไรเรยย ก็เลยไปสารภาพกับทุกคนว่า นี่กลัวจมน้ำ ช่วยฉันที ทุกคนแบบ “เห้ยยย เมิงเกิดบนเกาะนะเว้ยย ยังจะมากลัวทะเลอีก” เจรจาไปสักพัก เราก็ถึงเกาะผึ้ง โอ๊ยยย ใจละลาย น้ำใสมาก ใสกว่ามะกี้อีก

แต่ครั้งนี้ เกาะกลุ่มไปกับทุกคน ความกลัวเริ่มหายไป เย้ ซ่าได้ เริ่มกล้าว่ายไปมาๆแล้ว มีคนบอกว่า เจอปลากระเบนด้วย แต่นี่ไม่เจอ #ฉันเสียใจ

เพลินๆกันไปจนถึงเที่ยง แวะกินข้าวเที่ยงที่เกาะราวี

ปูเสฉวนตัวใหญ่ เก็บไปผัดเผ็ดคืนนี้ //ผิด

นอกจากนี้ บนเกาะยังมีเจ้าถิ่นเป็นลิงจอมซ่ามาหยิบของกินจาก นทท. (แต่ /me คิดว่า ไม่ควรให้อาหารนะ มันทำลายระบบนิเวศ)

อิ่มกันแล้ว ภารกิจดำน้ำก็ยังมีอย่างต่อเนื่องไปยาวๆ

แวะเกาะหินงาม เกาะนี้เป็นจุดถ่ายรูปอีกจุดที่โคตรยูนิค เพราะชายหาดที่นี้ปูเต็มไปด้วยหินก้อนดำๆลื่นๆ

ดูสภาพชิงๆ กำลังขึ้นเกาะ น่าสงสารไปอีก

ใช้เวลาไปแล้วเกือบค่อนวัน ในที่สุดก็กำลังมาถึงจุดพีคของทริป ปะการัง 7 สี ที่ร่องน้ำจาบัง อดใจไม่ไหวแล้ว ไม่รู้มันจะมี 7 สีจริงๆรึปล่าวนะ เตรียมกล้องพร้อม!

ก่อนจะถึงจุดลงดำน้ำ พี่ขับเรือ หยิบแตงโมเย็นๆ มาเสริฟทุกคน ใจเบิกบาน เป็นบรรยากาศที่เยี่ยมยอดมากๆ

ในที่สุดเราก็มาถึงร่องน้ำ ร่องน้ำจุดนี้เป็นร่องน้ำเย็น น้ำไหลเชี่ยวมากๆ มีเชือกขึงให้ทุกคนจับแล้วว่ายทวนกระแสน้ำไปต่อๆกัน ตื่นเต้น ในใจกลัวมาก กลัวจะโดนพัด โดยเฉพาะกล้อง ผ่อนยังไม่หมดเลยจ้า จับกล้องไว้แน่นมาก

ภาพที่ค่อยๆเห็น คือ ภาพปะการังสีแสดง สีม่วง สีส้ม สีน้ำเงิน นู้นนี้ ไล่เฉดสี เกาะสดใสอยู่บนโขดหิน

เป็นอีกครั้งที่อยากขอบคุณธรรมชาติ แต่งแต้มสีสันนี้ออกมาให้ดู อยากรณรงค์ให้ช่วยกันรักษาทะเลผืนนี้เอาไว้ ไม่อยากให้มันกลายเป็นแค่ภาพในพิพิธภัณฑ์

แต่น่าเสียดาย ดูเหมือนว่าจะมีจุดให้ดู 2 จุด แต่ /me ไปแค่จุดเดียว ฮืออออ

จบทริปดำน้ำตื้นด้วยความประทับใจ แนะนำเลยว่า คุ้มค่าที่ได้มาจริงๆ

อาบน้ำ ล้างคราบเกลือจากน้ำทะเล เย็นนี้เป็นคืนสุดท้ายบนเกาะหลีเป๊ะ มาเที่ยวได้แค่แปปเดียวเอง เพื่อเป็นการซึมซับทะเลอย่างแท้จริง เย็นนี้ลงความเห็นกันว่า ต้องไปจัดบุฟเฟ่ท์ทะเล แห่งเกาะหลีเป๊ะให้ได้

เราจะกินปลาให้หมด เอามันออกมาให้ฉันกินเดี๋ยวนี้

แด่ปลามากมายที่สละชีวิตในครั้งนี้

มื้อสุดท้ายจบไปแล้ว กลับห้องเล่นบอร์ดเกมเป็นคืนสุดท้าย แล้วตื่นเช้าออกเดินทางกลับ กทม. บะบายหลีเป๊ะ

บันทึกนี้ เขียนขึ้นเพื่อรำลึกถึง ‘ภู’ ผู้จากไป

ไม่นึกเลยว่า ทริปนี้จะเป็นทริปสุดท้ายที่ได้เที่ยวด้วยกัน คืนนั้นเป็นคืนสุดท้าย หลังจากเรียนจบ ก็แทบไม่ค่อยได้เจอกัน ขอโทษนะที่ขี้โวยวาย เราให้อภัยกับทุกๆเรื่อง แล้วก็ขอโทษกับทุกสิ่งที่เราทำไม่ดีลงไป หลับฝันดีนะ

PS. 1 วันก่อนทริป

สารภาพว่า จริงๆแล้วตอนนั้น /me อยู่ในช่วงลาไปต่างจังหวัดพอดี ดังนั้นเลยถือโอกาสนี้ ไปก่อนล่วงหน้า 1 วัน แล้วเจอกับคนอื่นๆที่สนามบินหาดใหญ่

มีเวลาเที่ยวหากใหญ่อีก 1 คืน จองที่พักไว้ที่ Hatyai Youth hostel เป็นโฮสเทล แต่ไม่น่ากลัวเลย ที่นอนสบายมาก

วางกระเป๋าพร้อมแล้ว ภารกิจในวันนี้ คือ ตะลุยกินร้านดังแห่งเมืองหาดใหญ่ เริ่มต้นด้วย ปอเปี๊ยะแสงจันทร์(?)

แล้วตามด้วย ไอ้คลั่งทะเลโหด จาก ร้านในรู (ร้านอยู่ในซอกหลืบจริงจัง)

ตบท้ายของหวานด้วย บัวลอยไข่หวานคุณอ้น ร.ศ.219

อิ่มหมีพีมัน

ปิดท้ายด้วยไปเอนจอย The Mask Single รอบชิงชนะเลิศ ที่โฮสเทล ดูเหมือนว่าทุกคนในโฮสเทลจะคิดเหมือนๆกัน รวมตัวกันอยู่ที่หน้าจอทีวีเครื่องเล็กๆเครื่องเดียวของโรงแรม แล้วลุ้นไปด้วยกัน เฮฮาๆ

วันรุ่งขึ้น ก่อนออกเดินทาง เติมพลังด้วยข้าวมันไก่ ร้านมุ่ยกี่โอชา ที่อยู่ไม่ไกลจากโฮศเทล

ทริปนี้ สอนให้รู้ว่า เหตุผลที่ /me อ้วน ทั้งหมด น่าจะเป็นเพราะตัวกรูเองหนิแหละ

Tell your friend about thisShare on Facebook
Facebook
30Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on Google+
Google+
0