เมื่อก่อน ถ้าพูดถึงหนังอินเดียแล้ว หลายๆคนคงคิดแล้วเบปาก ไม่อยากดู แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว วงการหนังอินเดียไม่ใช่แค่หนังเต้นๆส่ายไปมา พักหลัง กระแสหนัง #bollywood เริ่มกำลังมาแรง ด้วยหนังที่มีคุณภาพ และเข้าถึงง่ายขึ้นกว่าเดิม

แต่ PK หนังอินเดียที่คงสไตย์อินเดียอยู่ มีร้องเพลงมีเต้นส่ายไปมา แต่ทำได้อย่างลงตัวมากๆ ซึ่งเล่าเรื่องของ PK มนุษย์ต่างดาวที่มาโลกเพื่อมาวิจัยแต่โดนขโมยรีโมทควบคุมยานจนกลับบ้านเกิดตัวเองไม่ได้ พยายามหาคนช่วย แต่ก็ได้แต่คำตอบว่า “พระเจ้าเท่านั้นแหละที่ช่วยได้” “จงศรัทธาในพระเจ้า” “พระเจ้าคือที่พึ่งสุดท้ายที่สามารถพึ่งได้” บลาๆ~ จึงกลายเป็นเนื้อเรื่องของการตามหาพระเจ้า #พระเจ้าอยู่ไหน

จุดเด่นสุดๆของเรื่องนี้ ต้องยกให้กับความกล้าของผู้สร้างที่กล้าตั้งคำถามต่อความเชื่อ โดยเฉพาะในอินเดีย #ดินแดนแห่งความเชื่อ แต่กลับถ่ายทอดออกอย่างเป็นกลาง ไม่ดูหมิ่นความเชื่ออื่นๆ แถมสนุก ไม่เครียด อีกด้วย #ทำไปได้ยังไง

บทหลักของเรื่องนี้ ต้องยกให้ตัวละคร PK ซึ่งสร้างสรรค์มาอย่างดี เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งไปด้วยกัน โดยเริ่มจากการปรากฏตัวด้วยการเปลือยแบบไม่มีอะไรเลย เหมือนกระดาษขาว ที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลก หลงทาง สงสัยไปเสียทุกอย่างเหมือนกับตอนเราเป็นเด็ก #สมัยที่ยังกล้าถามว่าทำไมท้องฟ้าถึงสีฟ้า แลดูมึนๆ จนใครๆพากันเรียกว่า PK(ในภาษาอินเดีย แปลว่า ขี้เมา) ซึ่งค่อยๆเปลี่ยนแปลง โดนสังคมแต่งแต้มให้ต้องอยู่รอด

การเดินทางตามหา #พระเจ้า ของ PK ที่ท่องไปตามพิธีกรรมของศาสนา อย่าง พราหมณ์ คริสต์ อิสลาม ต่างศาสนาต่างมีวิถีของตนเอง มีความเชื่อ มีพระเจ้าของตน ทำให้เกิดคำถามว่า แล้วพระเจ้าองค์ไหนคือพระเจ้าของเรา? อะไรคือ mark ที่บอกว่าเราต้องทำพิธีตามศาสนานั้นๆ? แถมตบท้ายด้วยคำถามว่า พระเจ้าช่วยเราได้จริงๆหรือ? โดยมาเล่าในมุมมองที่ดูสนุก สลับกับเพลงเป็นระยะๆ

อย่างที่เด็ดที่สุด คือ การตั้งคำถามกับระบบ #ผู้จัดการของพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็น คนที่อ้างว่าติดต่อพระเจ้าได้ รูปปั้นพระเจ้าจำลอง พิธีกรรมแปลกๆต่างๆ สิ่งต่างๆเหล่านี้ สามารถใช้สื่อสารกับพระเจ้าได้จริงๆรึปล่าว หรือ จริงๆแล้วเป็นแค่การโทรไปหาผิดคน(หมายถึงมโนคำสอนขึ้นมาแล้วอ้างว่ามาจากพระเจ้า) WrongNumber
ทั้งนี้ ยังถามกับ #คนที่หลงงมงาย อย่างไม่มีเหตุมีผล โดยไม่มีแม้แต่ ความกล้าที่จะตั้งคำถามว่า ทำไม ทำไมต้องเทนมวัวบูชาศิวลึงค์ ทำไมต้องไม่กินหมู ทำไมต้องกรวดน้ำ … #บ้างก็ว่า “ก็เค้าทำกันมาตั้งนานแล้ว” “มันเป็นประเพณี” “มันดีอยู่แล้วจะไปถามทำไม” “คิดไปก็ไม่ได้อะไร”

การศรัทธาโดยไม่พิจารณา ก็ไม่ต่างกับการปิดหูปิดปากตัวเอง แล้วบอกว่า “อย่ามายุ่งกับความเชื่อของฉันนะ พระเจ้าเป็นของฉันเอง” ความเชื่อแบบนี้ทำร้ายมนุษย์มาตั้งเยอะแยะ สงครามครูเสด, ISIS สุดท้ายแล้วก็เป็นได้แค่ประวัติศาสตร์หน้านึงเท่านั้น

แต่ถึงแก่นเรื่อง นำมาด้วยเรื่องศาสนาจ๋าา ซะ ขนาดนี้ แต่ก็ไม่ลืมที่จะแขวะชีวิตในอินเดียนิดๆ ด้วย บทตำรวจยักยอกเงิน, รถสั่น(อึ๊บกันในรถ)(จิงปะ??), โจรมีอยู่ทั่วไป

ก่อนจะจบรีวิว หนังเรื่องนี้ ยังมี Anushka Sharma มาเล่นด้วย น่าร๊าาาากกกกกนะ~

**SENSOR เพิ่มเติม

ด้วยเนื้อหาแบบนี้ก็อดคิดย้อนถึงประเทศไทยไม่ได้ โดยเฉพาะประเด็นร้อนเรื่อง #วัดธรรมกาย กับคอนเซ็ปของการ ซื้อบุญ ท้ายที่สุดแล้ว วัดอื่นๆในไทยก็แทบจะไม่ต่างกัน ต่างมอมเมาคนด้วยวัตถุมงคล พุทธศาสนา กลับกลายเป็น แค่ความเชื่อในวัตถุ ลาก่อน~

Tell your friend about thisShare on Facebook
Facebook
0Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on Google+
Google+
0