ปีที่ 3 แล้วนะ แต่พึ่งมาใช้คำว่า Year in Review ปีนี้เป็นปีแรก

ปีนี้ ถือเป็นปีแห่งการทำงานอย่างแท้จริงละ เพราะทำงานทั้งปี ต้องจ่ายภาษีเป็นปีแรก แถมยังเป็นปีแรกที่ได้โบนัส :))

//ปีนี้มีน้องฝึกงานด้วย อยู่กันตั้ง 6 เดือน

สิ่งที่ /me เรียนรู้ตลอดทั้งปีนี้ ในฐานะ developer คือ การพบว่าโปรแกรมในระดับ development และ production มีความแตกต่างกันมากมาย หลังจาก deploy ไป 2-3 งานพบว่าโค้ดที่เราคิดว่าเขียนมาดีแล้ว มันกลายเป็นใช้ไม่ได้ในขั้น production ดังนั้นเรื่องที่สำคัญ จึงกลายเป็นการออกแบบระบบยังไงให้สามารถอ่านได้เข้าใจ และพร้อมแก้ได้อย่างรวดเร็ว

แน่นอนว่าปัญหาพวกนี้ค่อนข้างสนุกเลยทีเดียว

และอีกเรื่องที่ได้เรียนรู้ คือ การทำงานกับ”คน” ถึงแม้ว่า developer ส่วนใหญ่จะต้องทำงานกับคอม แต่สำหรับ /me ที่อยู่ในบริษัทเล็กๆ มี dev แค่ 3-4 คน ทุกคนจึงต้องทำงานหลายหน้าที่ ตั้งแต่เริ่มเก็บ requirement, planning, design system, programming, support

ซึ่งหลายๆขั้นตอน ทำให้ /me ต้องคุยกับหลายๆฝ่าย เจอทั้งลูกค้า, ลูกค้าของลูกค้า, ฝ่ายไอทีของลูกค้า, ฝ่ายดูแลระบบนู้นนี้ แต่ละคนก็มีอะไรบางอย่างที่แตกต่างกัน และต้องจูนเข้าหากัน วุ่นวาย แต่ก็เป็นเรื่องท้าทาย และบอกได้เลยว่าการทำงานกับคน ยากกว่า การทำงานกับคอมมาก

Customers are human and humans can view situations in unexpected ways ― Marilyn Suttle

ในตลอดปี 2016 ที่ผ่านมา คำพูดหนึ่งที่ /me พยายามบอกกับตัวเอง คือ “เอ็งต้องออกจากห้องบ้างนะ” เพราะในปีนี้ ถึงเวลาที่ต้องอยู่คนเดียวแบบจริงๆแล้ว จากเดิมอยู่ที่ห้องก็มีเมทให้ทะเลาะ, อยู่ที่มหาลัยก็มีเพื่อนคุย เพื่อนกิน เพื่อนดื่ม #ขอบคุณที่ทนมา4ปี

แต่ตอนนี้ เมทก็ต้องไปทำงาน ช่วงแรกๆก็กลับมาทุกๆเสาร์อาทิตย์ หลังจากนั้นก็ไปเรียนต่อที่อื่น ก็ต้องไปแยกออกไป ส่วนเพื่อนๆก็แยกย้ายกันไปทำงาน ไกลบ้าง ใกล้บ้าง นานๆทีก็นัดมากินข้าวกัน

แน่นอนว่า ปีนี้กลายเป็นปีที่ /me เหงามากๆ แต่ก็นะ ยังไงมันก็ต้องเป็นแบบนี้สักวัน ยังไงก็เตรียมใจไว้แล้วแหละ ทุกคนมีทางเดินของตัวเอง จะจูงมือกันไปตลอดก็ไม่ได้

ดังนั้นสิ่งที่ /me พยายามอย่างมาก คือ พยายามพาตัวเองออกจากห้อง ออกจากลูปเดิมๆที่ตื่นเช้า ไปทำงาน ทำกับข้าว แล้ว ก็นอน ซึ่งส่วนใหญ่ก็กลายเป็นทริปไปนู้นนี้ แอบตั้งความหวังไว้ว่าจะต้องไปให้ได้ เดือนละ 1 ครั้งเลยนะ; ไม่น่าเชื่อว่าได้ตั้งภายในปี 2016 จัดไป 11 ทริป เกือบได้ตามเป้าเลยหล่ะ แต่ละทริปก็จะมีบันทึกเล็กๆ 1 อัน เป็นเครื่องเตือนความจำ {ตอนนี้ 2 ทริปสุดท้ายยังไม่เริ่มเขียนเลย //โทดๆกำลังอู้}

สำหรับในฐานะของบล๊อคเกอร์ ปีนี้ถือเป็นปีที่ดีมากๆเลย เริ่มเขียนบล๊อคมากขึ้น เขียนแต่ละบล๊อคก็ใช้เวลาน้อยลง แต่บางทีก็แอบพิมพ์ไปแบบมึนๆงงๆ ต้องกลับมา rewrite อยู่หลายรอบเหมือนกัน (ซึ่งชอบมาคิดได้หลังจาก publish ไปแล้ว) กลางๆปีเขียนบล๊อคเกี่ยวกับแมวมากขึ้น มีความหวังเล็กๆว่า ปีหน้าจะทำเพจเล็กๆของตัวเอง แต่เท่าที่อ่านของตัวเอง รู้สึกจะค่อยไปทางวิชาการมากๆเลยทีเดียว

แถมยังมีอีกหลายบล๊อคที่เขียนค้างไว้ ไม่ยอมเสร็จสักที

เรื่องที่น่าเสียดาย คือ ในปีนี้ /me อ่านหนังสือน้อยลงมาก น่าจะเกิดจาก /me เริ่มเปลี่ยนไปอ่านบทความตามอินเตอร์เน็ตมากขึ้น เพราะต้องการพัฒนาภาษาของตัวเอง แต่ละสัปดาห์ก็จะมี tab เป็น บทความใน Medium เต็มไปหมด ช่วงแรกๆก็มีฟัง TED ไปด้วย ฟังออกบ้าง ไม่ออกบ้าง เหนื่อยอยู่เหมือนกัน

และที่สำคัญ คือ อยู่ๆก็ไปติดนิยายแปล ช่วงแรกๆก็เริ่มจากการอ่านจากภาษาไทย แต่ไปๆมาๆ เริ่มรอที่แปลไม่ไหว ก็เริ่มหาฉบับ Eng อ่านเอง กลายเป็นจุดที่ช่วยพัฒนาภาษาได้ดีมากๆเลยทีเดียว เรื่องแรกที่อยากจะแนะนำ คือ LMS(Legendary Moonlight Sculptor) ซึ่งเป็นเรื่องที่คนเกาหลีเขียน แล้วก็มี Rainbow Turtle แปลเป็น Eng **วาป** กำลังจะจบแล้ว (คนเขียนบอกว่าภายในปีนี้แหละ)

และอีกเรื่องที่ติดงอมแงมมากก็คือ TDG(Tales of Demons & Gods) ซึ่งเป็นนิยายจีน **วาป** เรื่องนี้มีคนไทยแปลจนตามต้นฉบับจีนทันแล้ว

นอกจากนี้ ในปีนี้ 2016 ก็มีหลายๆ Event นะที่ไม่อยากลืม

อีเว้นแรก คือ ประกาศผลทุน กพ. คือ ได้ทุน กพ. ไปเรียนต่างประเทศแล้วโว้ยยย

ตอนแรกคิดว่าไม่มีลุ้นแล้ว เพราะว่าทำข้อสอบไม่ค่อยได้เลย แต่ทำไปทำมาก็ผ่านไปรอบสัมภาษณ์ แล้วก็ได้เป็นตัวจริง คนแรกที่ /me บอกข่าวดีนี้ก็คือ คุณแม่ ก็หน่ะ ไปสอบที่ไหน สิ่งที่ทำให้เราใจเย็นขึ้นก็คำพูดของขุ่นแม่หนิแหละ จำได้ว่าตอนสัมภาษณ์ เตรียมตัวไปเยอะมาก เป็นครั้งแรกที่วาด Portfolio, เตรียมคำถามคำตอบสำหรับตัวเอง, พูดคนเดียว การลงทุนครั้งนี้ ไม่ผิดหวังเลยทีเดียว

แต่หลังจากได้ทุน… เป้าหมายต่อไป คือพัฒนาภาษา และสมัครเข้ามหาลัยที่เมกาให้ได้ ฮึบบบบ

อีเว้นต่อมา คือ ได้ไปร่วม TEDxBangkok ซึ่งเป็นงานที่ /me อยากไปมาตั้งนานแล้ว พยายามหาบัตรในปีก่อนๆ แต่ก็ไม่ได้ ปีนี้ตั้งใจตอบคำถามอย่างเต็มที่ ในที่สุดก็ได้ร่วมงาน [มีบล๊อคสรุปด้วยนะ **วาป**] หลังจากร่วมงาน ทำให้ /me มีมุมมองกับเรื่องเดิมๆเปลี่ยนไปหลายๆแง่มุม หนึ่งในนั้นก็ทำให้ /me อยากแพ๊คกระเป๋าไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านให้ได้ สุดท้ายก็กลายเป็นทริปปลายปี2016 ที่น่าจดจำ

และอีกอีเว้นที่สำคัญ คือ #DevFestHackathon ซึ่งเป็นการแข่ง Hackathon ครั้งแรก ในส่วนของการแข่งมันไม่สำคัญเท่าไรหรอก แต่สำคัญคือ ผลงานที่ร่วมมือกันทำกับ @ratitada และ @NSPmac ในชื่อ #คุณครูขนมผิง ซึ่งเป็น Line bot ช่วยสอนภาษา (ตอนนี้คือช่วยท่องศัพท์อย่างเดียว 555+)

มันกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ทำให้ /me กลับมาคิดว่า สิ่งที่ตัวเองอยากจะเรียนต่ออาจจะไม่ใช่ Programming Language ก็ได้ จริงๆแล้วงานหลายๆชิ้นที่ /me ทำมักจะเป็นเรื่องในเชิง NLP และ AI แน่นอนว่า ตอนที่สร้างมันขึ้นมา นอกจากความท้าทายแล้ว ยังเป็นเรื่องที่สนุกมากๆ อะไรๆก็ไม่แน่นอน ลองดูกันไป…

นอกจากนี้ ก็เป็นอีเว้นเล็กๆน้อยๆอย่าง การตื่นเต้นไปกับ #PokemonGO พยายาม contribute bot api community แต่สุดท้ายก็โดนแบน, มีทวิต 1K+ RT อันแรก พึ่งรู้ว่ามันน่าตื่นเต้นมาก สุดท้ายก็ไปได้ตั้ง 2.4K แหละ, ตั้งโครงการ pay what you eat หรือ พยายามตามหาร้านอาหารดังๆ ราคาแพง(หน่อยนึง) กินแบบหรูหรางี้ ปีที่แล้วจัดไปแค่ 2 ร้าน แต่คงจะมีมากขึ้นเรื่อยๆแหละนะ เตรียมตังค์แปป

และสิ่งที่น่าตื่นเต้น คือ /me พยายามเลิกแอลกอฮอล์ แต่ยังไงก็มีน้องๆมาชวนบ้างเป็นครั้งคราว ปาร์ตี้บ้างนิดๆหน่อยๆ แต่ปีที่แล้วก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ถือว่ากินแบบนับขวดได้เลย

และหลังจากไม่ได้กินไปนานๆ พบว่า กลายเป็นคนคออ่อนไปซะแล้ว จะเดิมที่ถือเป็นคนคอแข็งอันดับต้นๆในภาค ตอนนี้คงไม่สามารถกินแบบนั้นได้แล้ว และสิ่งที่รู้อีกอย่างก็คือ กินเบียร์!=อ้วน; ไอ้สาสสส /me เลิกเบิียร์แล้ว ยังอ้วนเหมือนเดิมเลย อาจจะหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ พูดแล้วก็ช้ำใจ โถ่วววพุง!!

และสุดท้ายที่น่าจดจำในปีนี้ คือ /me ได้มีโอกาสไปฝึกถักไหมพรม อ่านไม่ผิดหรอก ผู้ชายหน้าตาโหดๆอย่างกรู ถักไหมพรมเป็นนะฮ๊าฟฟฟฟ~ ก็ด้วยความเหงาอีกนั้นแหละ การถีบตัวเองออกนอกห้องทำให้ /me ได้ไปร่วมกิจกรรมถักอุ่นให้คลายหนาว ไปเรียนทำโครเช บางเดือนก็ไม่ได้ไป แต่สุดท้ายก็ได้ ผ้าพันคอ 3 ผืน หมวก 2 ใบ เก่งเหมือนกันนะเนี๊ยะ //ทำเองชมเอง

Next Target to Do in 2017

* จัดทริปไปอินเดีย ซึ่งเป็นทริปในฝันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ก็ยังต้องฝึกตัวเองอีกหลายอย่าง แต่ก็ต้องพยายามต่อไป

* หามหาลัยสำหรับเรียนต่อ ซึ่งต้องเตรียมคะแนนภาษาอังกฤษอีกหลายตัว สู้โว้ยยย!! ต้องทำได้!!

* เรียนแต่งรูป หลังจากเขียนบันทึกเดินทางหลายอัน สิ่งที่น่าเสียดาย คือ ไม่มีรูปเป็นของตัวเอง จนในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อกล้องคอมแพคเล็กๆเป็นของตัวเอง หลักจากซื้อกล้องก็พบว่า สิ่งที่ขาดไป คือ ทักษะการจัดองค์ประกอบ และทักษะการแต่งภาพ

* สร้างเพจเล็กๆของตัวเอง เพื่อตอบสนอง need ของการเป็นทาสแมวอย่างสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าจะไม่มีแมวข้างกาย อย่างน้อยก็ขอพื้นที่เล็กๆไว้บ่นบ้าง อิอิ

* สุดท้ายก็คือ จะต้องเขียนบล๊อคมากขึ้น โดยเฉพาะเกี่ยวกับ math, dev, และแมว ไม่แน่ปีหน้าอาจจะเขียนบล๊อคเป็นภาษาปะกิดบ้าง เดี๋ยวดูอีกที 555

ສະບາຍດີປີໃໝ່ ມີປີທີ່ຍິ່ງໃຫຍ່ສໍາລັບຜົມ​ແລະທຸກຄົນ.

Tell your friend about thisShare on Facebook
Facebook
0Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on Google+
Google+
0