เวลา 1 ปี จะว่านานก็นาน แต่จะว่าเร็วก็เร็ว ทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนแปลง ถ้าย้อนเวลากลับไปปีที่แล้ว ตัวเราเองในปีที่แล้วก็คงงงกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ตัวเองในปี 2019 ก็คงไม่ต่างกับเป็นคนแปลกหน้าในของปี 2018

ปี 2019 ที่ผ่านมา เป็นปีแห่งการเดินทางอย่างแท้จริง เริ่มต้นตั้งแต่ครึ่งปีก่อนกับการอยู่ต่างประเทศ ไปเรียน ไปเที่ยว ขนาดตัวเองยังแทบไม่เชื่อเลยว่า จะมีชีวิตอยู่รอดมาได้ ส่วนสองสามเดือนสุดท้าย กลับมาเติมพลังที่บ้าน ตระเวนกิน ที่ กทม นครศรีฯ ภูเก็ต แล้วก็จบด้วยการเดินทางเข้าสู่ธรรมะ //ไม่ได้บวชถาวรนะ

Life in general

ตอนนี้เรียนจบ ป.โท อย่างเป็นทางการแล้วจ้า (with distinction 😎😎)

You has earned title of ‘นักเรียนนอก’.

จะว่าไปแล้วการเรียน ป.โท ที่นี้ไม่ได้ยากอย่างที่กลัวมาตลอด แต่แน่นอนว่า มีงานเยอะมาก  โดยเฉพาะเทอมสุดท้าย แอบมีหลายครั้งที่งอแง เพราะกลัวว่าจะทำไม่ทัน ทำได้ไม่ดี แต่พอฮึดสู้ มันก็ผ่านไปได้ 👨‍💻

ก่อนจบ ได้ร่วมงานกับ Dr. Juan Ye เขียน Dissertation ในหัวข้อ continual learning with GANs

TL;DR
เป็นโปรเจคสำหรับออกแบบ learning model ที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ ปรับเปลี่ยนตัวเองเมื่อมีข้อมูลใหม่ๆเข้ามา โดยจะเน้นไปที่ปัญหา Activity recognition ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเทคโนโลยี smart home
นี่เป็นโอกาสครั้งแรกได้ เล่นกับ Pytorch แบบเต็มรูปแบบ พัฒนาโมเดลที่เรียกว่า GANs สารภาพว่า ตอนนี้ก็ยังอยู่ในระดับงูๆปลาๆ เพราะโค้ดส่วนใหญ่ เป็นการ adapt เอามาจากโค้ดตาม Github หรือ ตามเปเปอร์ต่างๆ เหมือนยำๆทุกอย่างรวมกัน  ช่วงแรกๆ มันก็จะเละๆหน่อย แต่มันก็ค่อยๆยุ่งเหยิงน้อยลง

นี้เป็นครั้งแรกที่ได้ รับผิดชอบ research project แบบนี้ด้วยตัวคนเดียว ด้วยที่ว่าที่นี้ (หรือแค่ Juan Ye คนเดียวที่คิดแบบนี้ฟร่ะ) เน้นการทำงานแบบ self-study ทุกอย่างต้องพึ่งตัวเอง ตอนช่วงกลางๆเทอม แอบนอยด์อาจารย์เพราะนี่คิดมากไปเอง ด้วยที่ว่านี่อยู่ในสังคม high-context culture มาตลอด ทุกอย่างมีนัยยะมากกว่าที่มันจะเป็น แต่ในมุมมองคนที่นี้ เขาไม่ได้มีนัยยะพวกนั้น ทุกอย่างเรียบง่ายอย่างที่เขาแสดงออกมา ยังดีที่สุดท้ายจบลงได้ด้วยดี

และที่สำคัญ หลังจากเรียนจบ นี่ได้มีโอกาสพัฒนาต่อเพื่อเอาไปเขียนเป็นเปเปอร์ ต้องขอขอบคุณอาจารย์ Juan Ye อีกครั้งสำหรับโอกาสแบบนี้ ตื่นเต้นรอไปอีก 3 เดือน กว่าจะรู้ผลว่าจะได้ accept หรือ reject

แต่ชีวิตในเมือง St Andrews ไม่ได้มีแค่นี้นะ นอกจากการเรียนแล้ว

นี่ได้ทำงาน parttime ครั้งแรก ด้วยที่ว่านี่มีแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นหลังจากกลับไทย (สุดท้าย ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ไป 🤣) ก็เลยต้องหาเงินเพิ่มเติม งานที่ว่านี้ คือ พนง.เสริฟ ที่ร้าน Tanon ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยเล็กๆหนึ่งเดียวในเมืองเป็นประสบการณ์ที่เหนื่อย แต่ก็เงินดีย์ //ประหนึ่งผีน้อยในต่างแดน พี่ๆที่ร้านใจดี ที่สำคัญคือ ได้อาหารกลับบ้าน ประหยัดไปได้อีกหนึ่งมื้อ (FYI นี่ไม่ใช่ผีน้อยนะ เพราะ วีซ่าที่ถืออยู่ไปทำงาน part time ได้)

แต่ครึ่งปีหลัง ไม่ได้ร่วมกิจกรรมอื่นๆมากนัก ไม่ได้ไปงานบอล ไม่ได้ร่วมชมรมนู้นนี้ ด้วยที่ว่า เขิน+ขี้เกียจ แต่ก็ยังมีปาร์ตี้มากมายจากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ โดยเฉพาะแก๊งพี่ๆน้องๆคนไทย: มายด์มายด์, พี่น้ำหวาน, น้องกร, พี่ปริ้น, พี่เหม่ย, มะปราง, เกรธ, แพรี่พลอย,  etc และ เพื่อนๆชาวจีนและอินเดีย Praneath, Kenny, สองเมทคน Prachi และ Armin

บอกได้เลยว่า มวลมหาศาลที่เพิ่มขึ้น มาจากปาร์ตี้เหล่านี้แหละ ครึ่งนึง กับ เค้กและขนมนานาที่นี่ทำกินเอง อีกครึ่งนึง

แต่ก็ขอขอบคุณทุกๆคน อีกครั้ง 🙂

และก็ต้องขอขอบคุณซีรีย์มากมายจาก Netflix เช็คๆดูแล้ว นี่ดูไปเยอะมาก รวมๆแล้วหลายร้อยชั่วโมง ไม่นับรวมหนังอีกหลายเรื่อง หลังๆ style การดูหนัง/ซีรีย์เปลี่ยนแปลงไป พอสมควร พักเรื่องหนักๆหน่วงๆมาสักพักแล้ว ตอนนี้ดูเฉพาะอะไรที่มันตลกๆ ง่ายๆ เบาสมอง

  • The Big Bang Theory: 13 seasons
  • Rick and Morty: 3 seasons
  • Fullmetal Alchemist
  • Brooklyn Nine-Nine: 5 seasons

หลักจากเรียนจบ กลับมาพักใจที่บ้าน พบว่าตัวเองเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะมวลที่เพิ่มขึ้น #มันหยุดไม่ได้แล้วจ้า ช่วยด้วย เพื่อนหลายคนแทบจะจำไม่ได้ นอกจากร่างกายภายนอก จริงๆก็เริ่มสังเกตว่า ความคิดและมุมมองต่างๆก็เปลี่ยนแปลงไปเหมือนกัน เหมือนว่ากลายเป็นคน introvert มากขึ้น มาถึงจุดๆที่เราไม่ต้องการเพื่อนเพิ่มเติม แค่อยากคงสภาพคนที่มีอยู่ไม่ให้จากไป แต่ในความเป็นจริง ทุกคนมีเส้นทางของตัวเอง มาถึงจุดๆนึง เขาก็จะเดินไปตามทางของเขา เราก็เช่นกัน แต่แค่หวังว่า วันนึงในอนาคต เส้นทางนั้นจะมาพบกันบ้างเป็นครั้งคราว

I apologize if I haven’t been the friend that you deserve. But I want you to know, in my way, I love you all — Sheldon, The Big Bang Theory, SS12EP24

นี่รู้ตัวอีกที เพื่อนรอบตัวมีแฟนกันหมดแล้ว มีสองสามคู่กำลังจะแต่งงาน กำลังจะถึงวัยที่ก่อร่างสร้างครอบครัวกันแล้วซินะ

One more thing to say

พักหลังๆ ปิดเฟสบ่อยขึ้น ด้วยที่ว่า ต้องการ social media detox ลดเวลาออนไลน์ เพิ่มเวลาออฟไลน์ ซึ่งมันได้ผลดีกว่าที่คิด ไม่หมกหมุ่นกับชีวิตคนอื่น ได้อยู่กับตัวเอง อ่านหนังสือ(แต่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นนิยาย 🤣)

สารภาพว่าตัวเองขี้เกียจลงมาก ห่างหายจากบล๊อคไปนานจนคิดว่า มันคุ้มรึปล่าวนะ?? ที่จ่ายไป 2000+ ทุกปี เพื่อรักษา domain นี้เอาไว้  ยังไงก็ถือโอกาสนี้บันทึกการเดินทางสั้นๆตลอดปี 2019

Travel logs

จะว่าไปแล้ว นี่เริ่มต้นปีกับการไปเที่ยว เที่ยว แล้วก็เที่ยว ถึงแม้ว่าปีนี้จะไม่ได้เที่ยวเยอะแบบปีก่อนๆ แต่เรื่องราวตลอดการเดินทางก็ประทับใจเหมือนทุกๆปี

One week in London

เป็นทริปสิ้นปี ตามแผน คือ ไปเที่ยวแบบชิวๆ ดูดอกไม้ไฟสวยๆที่ลอนดอน แต่ในความเป็นจริง มันกลายเป็นทริปทรหด เดินตลอนๆ นอนข้างถนนข้ามปี LOL

เนื่องด้วยว่า นี่และผองเพื่อน (Kenny&Praneath) โดนโรงแรมที่จองไว้วันแรกเท คนถือกุณแจกลับบ้าน แล้วก็เลยไม่มีที่ให้นอน ที่พักอื่นก็เต็ม ดอกไม้ไฟก็ไม่ได้ดูเพราะไกลลิบๆ เป็นเหมือนคนแคระในเมืองคนยักษ์ เขย่งแล้วยังเห็นแต่หัวคนจ้า โว๊ะ //ร้องไห้หนักมาก

บทสรุป คือ เดินตลอนๆ จบลงนั่งพักที่สถาณีรถไฟคิงครอสจนเช้า (เจอคนไทย ชะตากรรมคล้ายๆกัน) พึ่งรู้ว่า ลมหนาวมันหนาวมาก แอบคิดว่าพวก Homeless เขาทนอยู่กันได้ยังไง นี่ยังโชคดีที่ถือกระเป๋าลาก ส่วนเพื่อนที่ไปด้วยกันเป็น Backpack แบกกันยาวๆ ตอนเช้าก็ต้องไปตลอนๆที่ Cambridge ทุกที่ปิดไม่ให้เข้า เมืองเงียบ จนบางทีก็คิดว่า มันร้างรึปล่าววะ โว๊ะ โว๊ะ โว๊ะ

ได้เรียนรู้ว่า เตียงนุ่มๆ มันสำคัญแค่ไหนก็วินาทีนี้แหละ

แต่ มันก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว จะแนะนำว่า ใครมาเที่ยว London ต้องไม่พลาดไป Museum ต่างๆ มันดีย์ต่อใจจริงๆ โดยเฉพาะ The British museum ได้เจอมัมมี่ เดินดูซากจากเมืองเอเธนส์ ถ้วยชามจากจีน ไปที่เดียวได้เห็นอารยธรรมทั่วโลก ตื่นตาตื่นใจสุดๆ

อีกที่ที่ประทับใจ คือ London Zoo ได้เห็นเสือโคร่ง สิงโต แพนกิ้น ฟามิงโก้ และ สิงค์สาราสัตว์นานา แบบระยะใกล้ชิดมากๆ ดีย์ต่อใจ

Wandering through Europe

ต่อเนื่องหลักจากทริปลอนดอน นี่ก็เดินทางต่อไปเที่ยวอีก 8 เมือง 4 ประเทศ เริ่มต้นที่

  • Prague/Czech
  • Vienna, Salzburg, Hallstat/Austria
  • Venice, Rome/Italy
  • Paris, Les Menuires (Ski resort in Les Belleville, France)/France

เป็นการเดินทางที่ยาวนานมากๆ ความเศร้าคือ นี่ป่วยจ้า… การเดินทางในฤดูหนาวด้วยร่างกายป่วยๆ เป็นอะไรที่ไม่สนุกอย่างที่คิด เมืองที่ว่ากันว่าสวย อย่าง Hallstat กับ Venice นี่ก็พลาดจ้า แอบไปนอนอยู่ตามร้านคาเฟ่ ไม่ก็นอนรอที่พักจ้า พึ่งมาฟื้นตัวตอนที่อยู่ฝรั่งเศส ประเทศสุดท้ายในทริป

นอกจากตัวเองป่วยแล้ว พี่ที่ไปด้วยกัน ก็ลื่นล้มในห้องน้ำ //เพราะนี่ทำไว้เปียก 😨 ต้องพากันเดินไปเดินมาแบบทุลักทุเล

ข้อแนะนำสำหรับใครที่อยากมาเที่ยวยุโรป

  • ส่วนใหญ่จะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยศิลปะ ดนตรี รูปปั้น บลาๆ แนะนำว่า ควรอ่านมาก่อน เพราะมันจะไม่อินแล้วจะทำให้เบื่อ เพราะนอกจากศิลปะแล้ว นี่ก็ไม่อินกับอะไรเท่าไร อาหารก็เฉยๆ+ไม่ค่อยมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์
  • ถ้าไปฤดูหนาว จะมืดเร็วมาก สถาณที่ต่างๆจะปิดเร็วกว่าปกติ ต้องวางแผนดีๆ
  • เบียร์อร่อย ไวน์ถูก
  • อิตาลี เป็นประเทศที่ไม่ควรพลาด นี่ประทับใจกับทุกเมือง สวย+โรแมนติก+อาหารอร่อยมาก

แต่จะว่าไปแล้ว ที่ที่ประทับใจที่สุด คงหนีไม่พ้น เมืองสุดท้าย กับ การเล่นสโนบอร์ดครั้งแรก เป็นประสบการณ์ที่ร่างการพังหนักมากแต่ก็สนุกสุดๆ อวดใครๆได้ว่า นี่เล่นสโนบอร์ดเป็นแล้วนะ

มีเรื่องตลกเรื่องนึง ที่อยากจดไว้ มันเกิดขึ้นหลังจากที่ นี่เรียนสโนบอร์ดเสร็จ เหนื่อย+ล้า สุดๆแล้ว ก็ตกลงกับพี่ๆคนอื่นที่ไปด้วยกันว่าจะกลับที่พัก ซึ่งมันต้องขึ้นลิฟ แต่ความพังคือ นี่ขึ้นกันผิดลิฟจ้า ภาพที่เห็นคือ ลิฟค่อยๆพาขึ้นไปยาวๆ ได้แต่เหม่อมองห้องอุ่นๆที่ห่างไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกที นี่อยู่บนยอดเขาจ้า ต้องสโนบอร์ดลงมาอีกรอบ //ร้องเห้หนักมาก

ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆร่วมทริป น้องกร, พี่ปริ้น, พี่เหม่ย และ ใบตอง (เพื่อนพี่ปริ้น)

ทริปเมืองโลกีย์ แห่ง Netherland

มันเป็นช่วงเบรคสุดท้ายก่อนสอบ + เชเก้นวีซ่ากำลังจะหมดอายุ เริ่มจากบทสนธนาสั้นๆว่า “ผมอยากไป Amsterdam อะ” ไม่กี่วันต่อมา รู้ตัวอีกที มีตั๋วเครื่องบิน+ที่พักพร้อมม ทริปนี้เป็นอะไรที่เตรียมการกันอย่างฉุบฉับมาก

เป้าหมายของทริปนี้ คือ Amsterdam เมืองแห่ง Weed & Prostitute (สงวนคำแปล) เมืองแห่งดอกทิวลิป

ถือเป็นทริปผ่อนคลายก่อนสอบที่ดีเลยทีเดียว มีเชฟส่วนตัวจากอิตาลีมาทำสปาเกตตี้ให้กิน (นางเห็นนี่เงอะๆงะๆทำซอส นางเลยมาช่วย)

ไปดูสวนทิวลิป ดอกไม้เยอะมาก ถึงจะแอบผิดหวังนิดๆ //ภาพที่จินตนาการ คือ สวนกว้างๆ ดอกไม้เต็มทุ่ง แต่ความจริง เป็นแบบสวนดอกไม้ที่เชียงใหม่ version กว้างกว่า หลังจากนั้น ตะลอนๆรอบเมือง

Amsterdam เป็นเมืองที่ดีบ้านเมืองเบี้ยวๆ (เบี้ยวจริงๆนะ) บรรยากาศเขียวๆ กลิ่นของความสุขฟุ้งไปทั่ว พร้อมกับโคมไฟสีแดง และ จักรยานทั่วเมือง …

โดยรวมแล้วดีย์ต่อใจ

Puffin island

ทริปสุดท้าย จะว่าไปแล้ว มันเป็นแค่การเดินทางสั้นๆ ขึ้นเรือไปเกาะที่อยู่ใกล้ๆ มันเป็นอะไรที่ประทับใจมากๆ เกาะที่ไปชื่อว่า Isle of May ซึ่งเป็นเกาะที่ไม่ไกลจากเมือง St Andrews มาก เป็นที่อยู่ของนก Puffin (ถ้าในช่วงฤดูหนาวจะมีแมวน้ำมาอยู่ด้วย)

เดินชมธรรมชาติ ส่องนก ดูทะเล เป็นบรรยากาสที่สุดยอด อยากอีกที่ที่อยากแนะนำให้มา

Lesson 2019

* ชีวิต คือ การเดินทาง เก็บความทรงจำรอบๆให้ดี วันพรุ่งนี้ มันก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

* ถ้ายังพยายามต่อ เราก็ยังมีโอกาสผ่านความลำบากนั้นๆไปได้

* ภาษาอังกฤษไม่ใช้เรื่องน่ากลัว มั่นใจตัวเองให้มากๆ จริงๆแล้วคนไทยมีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว

* ผักบุ้ง มะละกอ กินไปจากไทยเยอะๆ เพราะมันแพงที่อังกฤษ

* 5201314

Next Target to Do in 2020

* เหยียบดินแดนอเมริกา: วางแผนไป intern สักที่ (อาจจะเป็น Google) ถ้ามีโอกาส

* พาที่บ้านไปแดนซากุระ

* ลงทะเบียนเรียน ML course

* เริ่มต้นเรียนภาษาจีน

เดือนสุดท้ายของปีนี้ อย่างที่เกริ่นไปแล้ว นี่กำลังจะบวชจ้า (ขณะที่เขียนอยู่นี้ ยังไม่ไปอยู่วัด) เพราะต้องไปบวชหนิแหละ ทำให้ต้องรีบมาเขียน Year in review นี้ก่อน เพราะหลังจากนี้จะไม่ได้ใช้มือถือ ไม่ได้ติดต่อกับโลกภายนอก(เวอร์สุดๆ) แอบๆหวั่นๆอยู่เหมือนกันแฮะ แต่มันก็คงจะได้รับอะไรดีๆกลับมา เจอกันอีกที 2020

ปีหน้า ขอให้เป็นปีที่ดี สู้ๆ

สำหรับทุกคนที่ได้มาอ่านก็สู้ๆไปด้วยกัน 🙂

Note

เป็นอีกปีที่แมวเซเลป หลายๆตัวตายจากไป RIP จอนนี่, แมวอโศก, Grumpy Cat และล่าสุด Lil Bob

Tell your friend about thisShare on Facebook
Facebook
0Tweet about this on Twitter
Twitter